[x] ปิดหน้าต่างนี้
Powered by ATOMYMAXSITE 2.5
อกท.
ยินดีต้อนรับคุณ บุคคลทั่วไป
เมนูหลัก
ระบบสมาชิก
Username :
Password :
[ สมัครสมาชิก ] | [ ลืมรหัสผ่าน ]
สมาชิกทั้งหมด 9 คน
สมาชิกที่กำลังออนไลน์ 0 คน
คลังเก็บรูปภาพ
poll

   คุณคิดว่าเวปนี้เป็นอย่างไร


  1. ดีมาก
  2. ดี
  3. ปานกลาง
  4. แย่
  5. แย่มาก



ประวัติความเป็นมาขององค์การเกษตรกรในอนาคต

 

ประวัติความเป็นมาขององค์การเกษตรกรในอนาคต

 

    อาชีพเกษตรกรรมเป็นอาชีพที่มีความสำคัญต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชากรของโลกมาช้านาน การประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีพื้นที่ครอบคลุมเกือบทุกภูมิภาคของโลก ดังนั้นในหลายประเทศที่มีพลเมืองประกอบอาชีพเกษตรกรรม จึงมีระบบการจัดการเรียนการสอนทางด้านวิชาชีพเกษตรควบคู่กันไปด้วย  จึงเกิดการรวมกลุ่มของนักเรียนนักศึกษาที่เรียนทางด้านวิชาชีพเกษตรขึ้น เรียกว่า องค์การเกษตรกรในอนาคต ซึ่งมีการดำเนินงานจนประสบผลสำเร็จหลายประเทศ เช่น ประเทศสหรัฐอเมริกา ประเทศญี่ปุ่น ประเทศเกาหลี ประเทศฟิลิปปินส์ รวมทั้งประเทศไทยด้วย

 

ประวัติความเป็นมาขององค์การเกษตรกรในอนาคตในต่างประเทศ

 

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งอเมริกา (FFA: Future Farmers of America)  

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งอเมริกา  ได้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2471 (ค.ศ. 1928) ณ เมืองแคนซัสซิตี้ (Kansas City) รัฐมิสซูรี่ (Missouri) เป็นองค์การเกษตรกรแห่งชาติที่จัดตั้งโดยนักเรียนนักศึกษาเพื่อนักเรียนนักศึกษาและเป็นของนักเรียนนักศึกษาที่เลือกเรียนวิชาอาชีวศึกษาเกษตรในโรงเรียนมัธยมศึกษาของสหรัฐอเมริกา เพื่อเป็นไปตามวัตถุประสงค์ของพระราชบัญญัติการอาชีวศึกษา และโดยเฉพาะอย่างยิ่งพระราชบัญญัติการศึกษาเกษตรกรรมแห่งชาติ องค์การนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อส่งเสริมการศึกษา ไม่หวังผลกำไร ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง และการเข้าเป็นสมาชิกมิได้บังคับ การจัดกิจกรรมขององค์กรเน้นหนักไปในการฝึกฝนลักษณะการเป็นผู้นำ อุปนิสัยการมัธยัสถ์ การศึกษา ความร่วมมือ การปฏิบัติตัวเป็นพลเมืองดีและความรักชาติ สมาชิกทุกคนได้มีโอกาสศึกษาหาความรู้และประสบการณ์ โดยการแสดงออกทางการพูดในที่สาธารณะ การร่วมมือในการซื้อและการขาย ฯลฯ นับได้ว่าเป็นองค์การที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาอาชีวเกษตรของชาติเป็นอย่างยิ่ง

FFA แบ่งการดำเนินงานออกเป็น 4 ระดับได้แก่ ระดับหน่วยท้องถิ่น (Local Chapter) ระดับรัฐ (State Level) ระดับภาค (Region Level) และระดับชาติ (National Level)  โดยมีสำนักงานใหญ่ขององค์การตั้งอยู่ที่เมืองอเล็กซานเดรีย (Alexandria) รัฐเวอร์จิเนีย และมีการแบ่งสมาชิกออกเป็น4 ประเภท คือ สมาชิกสามัญ (Active Membership) สมาชิกวิสามัญ (Alumni Membership) สมาชิกวิทยาลัย (Colligate Membership) และสมาชิกกิตติมศักดิ์ (Honorary Membership) ส่วนระดับของสมาชิก มีการแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ สมาชิกใหม่ (Green Hand) สมาชิกระดับหน่วย (Chapter Farmer) สมาชิกระดับรัฐหรือระดับภาค (State Farmer) และสมาชิกระดับชาติ (American Farmer) โดยมีคติพจน์ประกอบด้วยข้อความ 4 วรรค คือ

“Learning to Do        Doing to Learn           Earning to Live     Living to Serve

ตราเครื่องหมายของ FFA ประกอบด้วยสัญลักษณ์ 5 อย่าง ได้แก่ รูปนกฮูก (The Owl)หมายถึง ความเฉลียวฉลาด เป็นเครื่องหมายประจำครูที่ปรึกษา หรือครูเกษตรและศึกษานิเทศก์ที่เป็นที่ปรึกษา รูปไถ (The Plow)หมายถึง เครื่องมือพลิกผืนดิน และแรงงาน อันเป็นรากฐานแห่งการเกษตรแผนใหม่  รูปอาทิตย์แรกขึ้น(The Rising Sun) หมายถึง ความก้าวหน้าของการเกษตรยุคใหม่  รูปฝักข้าวโพดตัดกลาง (The Cross Section of an Ear of Corn) หมายถึง พืชหลักของอเมริกาและรูปนกอินทรีย์ (The Eagle) หมายถึง ขอบเขตการดำเนินงานขององค์การพร้อมกับรูปธงชาติอยู่ข้างล่างนกอินทรีย์ ภายในตราเครื่องหมายจะมีอักษรว่า FFA และมีคำว่า AGRICULTURAL EDUCATION อยู่ภายในตราด้วยดังภาพที่ 2.1

 

 

ภาพที่ 2.1  ตราเครื่องหมายของ FFA

ที่มา : http://www.dairyfarm forum.com/Logo FFAJPG  

(สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551)

 

FFA มีการจัดประชุมระดับชาติขึ้นครั้งแรก มีสมาชิกร่วมงานรวม 33 หน่วย และมีการพัฒนามาจนกระทั่งถึงปี พ.ศ. 2549 (ค.ศ. 2006) มีองค์กรระดับหน่วยท้องถิ่น 7,242 หน่วยใน 50 รัฐของอเมริกา รวมทั้งในเขตเปอร์โตริโก้ และเวอร์จิ้นไอซ์แลนด์ด้วย มีจำนวนสมาชิกมากถึง 495,046 คน FFA ได้พัฒนาคุณภาพสมาชิกด้านบุคลิกภาพความเป็นผู้นำ และการจัดการธุรกิจเกษตร จนเป็นที่ยอมรับทั่วโลกและแบบอย่างให้กับประเทศอื่นๆ เช่น ประเทศญี่ปุ่น ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี ประเทศฟิลิปปินส์ และประเทศไทย

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศญี่ปุ่น (FFJ: Future Farmers of Japan)

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศญี่ปุ่น ได้รับการอนุมัติจากรัฐบาลให้จัดตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2493 (ค.ศ. 1950) โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยพัฒนาความสามารถ ส่งเสริมความรู้เทคนิคใหม่ ๆ และประสบการณ์ที่จำเป็น โดยดำเนินการจัดกิจกรรมเพื่อให้เกิดประสบการณ์แก่สมาชิกนั้น ได้เน้นหนักไปในทางการเป็นผู้นำทางสังคมและความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์เกษตร FFJ มีการจัดให้การประชุมวิชาการขึ้นปีละ 1 ครั้งในเดือนตุลาคม หรือเดือนพฤศจิกายนของทุกปี

การดำเนินงานนั้น FFJ แต่ละระดับจะต้องมีการเลือกตั้งกรรมการขึ้นมาบริหารงาน โดยคัดเลือกมาจากสมาชิก กรรมการแต่ละชุดจะอยู่ในตำแหน่งได้ครั้งละ 1 ปี จึงจะมีการเลือกตั้งใหม่ สำหรับคณะกรรมการระดับชาติ ประกอบไปด้วย นายกองค์การ 1 คน รองนายกองค์การ 4 คน Director 15 คน สมุห์บัญชี 3 คน ตัวแทนจากครู 1 คน ที่ปรึกษาระดับชาติ 2 คน และฝ่ายแนะแนวอีก 5 คน มีวารสารชื่อ Leadership และ FFJ News พิมพ์เผยแพร่ข่าวและกิจกรรมต่างของ FFJ

ตราเครื่องหมายของ FFJ มีสัญลักษณ์สำคัญ 3 ประการคือ รูปนกพิราบ ภูเขาฟูจิและรวงข้าว ซึ่งเป็นสัญลักษณ์แสดงถึงมิตรภาพ เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน และแสดงถึงการเก็บเกี่ยวผลผลิตที่มีคุณภาพสูง ดังภาพที่ 2.2  

ภาพที่ 2.2  ตราเครื่องหมายของ FFJ

ที่มา : สุรพงษ์   มีศรี (2551)

 

FFJ มีการแบ่งระดับการดำเนินงานออกเป็น 4 ระดับ ได้แก่ ระดับหน่วย มี 450 หน่วยทั่วประเทศ ระดับจังหวัด (Prefecture) ระดับกลุ่ม (Block) มี 9 กลุ่ม และ ระดับชาติ (National)  สมาชิกของ FFJ จะทำโครงการที่บ้านหรือที่โรงเรียน มีการจัดกิจกรรมประกวดและแข่งขันกัน  ตั้งแต่ระดับจังหวัด  ระดับกลุ่ม  จนถึงระดับชาติ  นอกจากนี้ยังได้ฝึกเยาวชนให้มีความรู้ ทางด้านการเกษตร ได้ออกไปทำฟาร์มตามชนบท หรือทำงานที่มีส่วนสัมพันธ์กับการเกษตรเป็นจำนวนมาก เยาวชนเหล่านี้ได้นำเอาความรู้เทคนิคใหม่ไปปรับปรุงฟาร์ม ซึ่งเป็นแรงผลักดันให้เกิดการปฏิรูปและพัฒนาการเกษตรของชาติอย่างใหญ่หลวงในปัจจุบัน

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศเกาหลี (FFK: Future Farmers of Korea)

ประเทศสาธารณรัฐเกาหลี (เกาหลีใต้) เป็นประเทศตั้งอยู่ทางตะวันออกของทวีปเอเชีย มีการจัดการศึกษาแบ่งออกเป็น 5 ระดับ คือ ระดับอนุบาล (1-3 ปี) ระดับประถมศึกษา (6 ปี) ระดับมัธยม ศึกษาตอนต้น (3 ปี) ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย (3 ปี) ระดับวิทยาลัย (2 ปี) ระดับอุดมศึกษา (4 ปีขึ้นไป) การจัดการศึกษาทั้ง 5 ระดับแยกสถานศึกษาและการบริการออกจากกันโดยเด็ดขาด ระดับมัธยมศึกษาตอนปลายมีทั้งหมด 1,688 แห่ง เปิดสอนเป็นโรงเรียนเกษตรโดยเฉพาะประมาณ 100 แห่ง ซึ่งจะเรียกชื่อแตกต่างไปจากโรงเรียนมัธยมศึกษาตอนปลาย สาขาวิชาเกษตรที่เปิดสอน เป็นโรงเรียนมัธยมศึกษาด้านวิทยาศาสตร์ธรรมชาติกวางจู (Kwangju Natural Science High School) โรงเรียนมัธยมศึกษาเกษตรกรรมซูวอน (Suwon Agricultural Life Science  High School)  ซึ่งตั้งอยู่ที่เมืองซูวอน และที่โรงเรียนนี้เองเป็นที่ตั้งของสำนักงานเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศเกาหลี และที่ตั้งของสมาคมการศึกษาด้านเกษตรกรรมของประเทศเกาหลี (Korean Agricultural Education Association : KAEA ) องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศเกาหลีเริ่มก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี พ.ศ. 2515 (ค.ศ. 1972) มีการดำเนินงานแบ่งออกเป็น 3 ระดับ คือ ระดับหน่วย มีทั้งหมดรวม 100 หน่วย ระดับจังหวัด และระดับชาติ  มีตราสัญลักษณ์องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศเกาหลี ดังภาพที่ 2.3

ภาพที่ 2.3  ตราเครื่องหมายของ FFK

ที่มา : สุรพงษ์   มีศรี (2551)

 

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศฟิลิปปินส์  (FFP :  Future  Farmers  of  Philippines)

การดำเนินกิจกรรมขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศฟิลิปปินส์ จัดขึ้นในสถานศึกษาระดับมัธยมที่เปิดสอนวิชาการเกษตร ทั้งในโรงเรียนมัธยมสามัญ โรงเรียนมัธยมเกษตร และโรงเรียนมัธยมชนบท เป็นข้อบังคับในหลักสูตร ของโรงเรียนเกษตรกรรม เพื่อเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีการจัดกิจกรรมองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศฟิลิปปินส์ (FFP: Future Farmers of Philippines) และองค์การคหกรรมเกษตรแห่งประเทศฟิลิปปินส์ (FAHP: Future Agricultural Homemaker of Philippines) ขึ้น

FFP เป็นองค์การของนักศึกษาชายในโรงเรียนมัธยมเกษตร โดยสมาชิกทุกคนต้องร่วมในกิจกรรมต่างๆ จำนวน 9 กิจกรรม ได้แก่ การเกษตรภายใต้การนิเทศ การทำงานร่วมกัน การบริการชุมชน การฝึกลักษณะผู้นำ การหารายได้และออมทรัพย์ การดำเนินการประชุม การส่งเสริมการเรียนดี การสันทนาการและการประชาสัมพันธ์

FAHP เป็นองค์การของนักเรียนหญิงในโรงเรียนมัธยมเกษตรและโรงเรียนประมง กิจกรรมที่จัดขึ้นประกอบด้วยงานอาชีพที่น่าสนใจ การบริการชุมชน การสันทนาการ การหารายได้ นอกจากนี้สมาชิกขององค์การยังได้รับการฝึกอบรมในเรื่องการเป็นผู้นำ การจัดการโครงการของนักเรียนหญิง การถนอมอาหาร การฝีมือและงานการเรือน องค์การนี้จัดตั้งขึ้นเพื่อต้องการจะพัฒนาลักษณะความเป็นผู้นำในหมู่มวลของสมาชิกให้มีคุณค่าแก่ครอบครัวและสังคมที่นักเรียนอาศัยอยู่

 

ประวัติความเป็นมาขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (FFT: Future Farmers of Thailand)    

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ได้เริ่มต้นจากการที่ครูเกษตรของไทยหลายคนได้มีโอกาสไปศึกษาดูงานที่ประเทศสหรัฐอเมริกา บางท่านมีโอกาสได้เข้าร่วมประชุมองค์การ FFA ระดับชาติด้วย และมีแนวคิดที่จะจัดตั้งองค์การนี้ขึ้นในประเทศไทย แต่สภาพแวดล้อมในขณะนั้น ยังไม่เอื้ออำนวยต่อการจัดตั้งองค์การประเภทนี้ขึ้น ต่อมาในปี พ.ศ.2501 มีครูเกษตรของไทย 5 คน ได้รับทุน A.I.D. คือ อาจารย์วิภาต  บุญศรีวังซ้าย อาจารย์สุรพล  สงวนศรี อาจารย์ขจร  ทองอำไพ อาจารย์ประสงค์  วรยศและอาจารย์ศรีสมร ตรีพงษ์  ได้เข้าร่วมประชุมวิชาการองค์การ FFA  ระดับชาติที่เมืองแคนซัสซิตี้  ทุกคนเกิดความประทับใจในกิจกรรมองค์การ FFA  จึงมีการหารือกันเพื่อที่จะนำรูปแบบขององค์การฯ เข้ามาเผยแพร่ในประเทศไทย ในปี พ.ศ.2503  กรมอาชีวศึกษาจัดให้มีการอบรมผู้บริหารเรื่องโครงการเกษตรภายใต้การนิเทศ  โดยได้รับความร่วมมือจากองค์การยูซ่อม จัดทุนให้โรงเรียนเกษตรกรรมโรงเรียนละหนึ่งแสนบาท  

เพี่อใช้ปรับปรุงพื้นที่ให้นักเรียนทำโครงการเกษตรจึงถือว่าเป็นโอกาสที่เหมาะสมในการก่อตั้งองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยขึ้น  เพื่อช่วยเหลือ  สนับสนุนการทำโครงการเกษตร  อาจารย์สุรพล  สงวนศรี  และอาจารย์ประสงค์  วรยศ  ขณะนั้นสอนอยู่ที่โรงเรียนเกษตรกรรมเชียงใหม่ (มหาวิทยาลัยแม่โจ้ในปัจจุบัน) ได้ร่วมกันร่างธรรมนูญและแนวทาง เพื่อจัดตั้งองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) โดยอาศัยรูปแบบของ FFA  ขอประเทศสหรัฐอเมริกาผสมผสานกับ FFP ของประเทศฟิลิปปินส์เป็นหลัก เมื่อมีเอกสารคู่มือแล้วก็ได้ประชุมนักศึกษาเพื่อชี้แจงความมุ่งหมาย อุดมการณ์และวิธีการของ อกท. ปรากฏว่าได้รับความสนใจจากนักศึกษาแม่โจ้ในครั้งนั้นเป็นอย่างมาก อกท.หน่วยแม่โจ้ จึงได้ทำการจัดตั้งขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2504  โดยจุดประสงค์ของผู้ก่อตั้งครั้งแรกเป็นการลองวิชา มีการคัดเลือกนักศึกษาที่ไม่มีคุณลักษณะผู้นำเลย แต่มีความตั้งใจจริงที่จะพัฒนาตนเองมาเป็นสมาชิก อกท. กลุ่มผู้ก่อตั้งได้ดำเนินการฝึกฝนตามรูปแบบ อกท. ได้ระยะหนึ่งปรากฏว่าสมาชิกมีการพัฒนาคุณลักษณะของความเป็นผู้นำได้ในระเวลาที่รวดเร็ว  แสดงให้เห็นว่าวิธีการขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย เป็นวิธีที่ดีมาก ความสำเร็จของ อกท. ในยุคนั้นจัดว่าเป็นจังหวะที่เหมาะสม  เพราะผู้อำนวยการวิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ (เดิมเป็นโรงเรียนเกษตรกรรมเชียงใหม่ ปัจจุบันเป็นมหาวิทยาลัยแม่โจ้) สมัยนั้นคือ อาจารย์วิภาต  บุญศรีวังซ้าย ที่เคยไปศึกษาดูงานเกี่ยวกับ  FFA มีความเข้าใจในอุดมการณ์ขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยเป็นอย่างดี

 

ภาพที่ 2.4  การเชิดชูเกียรติเกษตรกรตัวอย่าง (Star Farmer) ของสมาชิก อกท.หน่วยแม่โจ้

ที่มา : http://www.maejo.net/FFTMaejo/RoyalSpeechJan32516.html

(สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551)

 

ภาพที่ 2.5  สมาชิก อกท.หน่วยแม่โจ้พบปะแลกเปลี่ยนกับที่ปรึกษาจาก FFA

ที่มา : http://www.maejo.net/FFTMaejo/RoyalSpeechJan32516.html

(สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551)

 

องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ได้เจริญรุดหน้าถึงจุดเป็นที่รู้จักในระดับประเทศ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการขององค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย (อกท.) หน่วยแม่โจ้ ในงานศิลปหัตกรรมนักเรียน ณ สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร  เมื่อปี พ.ศ.  2515

 

ภาพที่ 2.6  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเสด็จทอดพระเนตรนิทรรศการ อกท. หน่วยแม่โจ้

        ในงานศิลปหัตกรรมนักเรียน ณ สนามกีฬาแห่งชาติ กรุงเทพมหานคร  เมื่อปี พ.ศ.2515

ที่มา : http://www.maejo.net/FFTMaejo/RoyalSpeechJan32516.html

(สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551)

 

และเป็นพระมหากรุณาธิคุณหาที่เปรียบมิได้ เมื่อพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวเสด็จทรงเยี่ยม อกท. หน่วยแม่โจ้ อีกครั้งหนึ่งที่วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ ซึ่งเป็นครั้งแรกของประวัติศาสตร์แม่โจ้ เมื่อวันที่ 3 มกราคม พ.ศ.2516 เวลา 16.30 น. ณ หอประชุมวิทยาลัยฯ (อาคารแผ่พืชในปัจจุบัน)

 

 

 

ภาพที่ 2.7  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเยี่ยมกิจกรรมของ อกท.หน่วยแม่โจ้

                  ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2516

ที่มา : http://www.maejo.net/FFTMaejo/RoyalSpeechJan32516.html

(สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551)

 

ภาพที่ 2.8  พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงเยี่ยมกิจกรรมของ อกท.หน่วยแม่โจ้

     ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 3 มกราคม 2516

ที่มา : http://www.maejo.net/FFTMaejo/RoyalSpeechJan32516.html

(สืบค้นเมื่อวันที่ 24 มีนาคม 2551)

 

ในช่วงระยะเวลาเดียวกันนั้น(พ.ศ. 2515) นอกจากการดำเนินกิจกรรม อกท. ที่วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่แล้ว กรมอาชีวศึกษายังได้เริ่มกิจกรรม อกท.ในวิทยาลัยเกษตรกรรมอื่น ๆ อีก 5 แห่งประกอบด้วย วิทยาลัยเกษตรกรรมบางพระ วิทยาลัยเกษตรกรรมนครศรีธรรมราช วิทยาลัยเกษตรกรรมพระนครศรีอยุธยา วิทยาลัยเกษตรกรรมกาฬสินธุ์ และวิทยาลัยเกษตรกรรมสุรินทร์ และในโรงเรียนเกษตรกรรมอีก 21 แห่ง แต่อย่างไรก็ตามกิจกรรมต่างๆ ของ อกท. ก็ไม่สามารถดำเนินได้ครบทุกขั้นตอน การจัดการยังไม่เป็นระบบ เป็นการลองผิดลองถูกอยู่ เนื่องจากครู-อาจารย์เกษตรรวมทั้งผู้บริหารยังไม่เข้าใจถึงปรัชญา หลักการและวัตถุประสงค์ของกิจกรรม อกท.ดี ประกอบกับยังขาดการสนับสนุนด้านงบประมาณในการดำเนินกิจกรรม อีกทั้งกรมอาชีวศึกษากำลังขยายงานทางอื่นๆ อยู่มากในระยะนั้น แม้ว่าในช่วงปี พ.ศ. 2510 - 2516 ผู้เชี่ยวชาญอเมริกาประจำโครงการเงินกู้เพื่อพัฒนาอาชีวศึกษา (ก.พ.อ.) สนใจที่จะฟื้นฟูกิจกรรม  อกท. จนมีการจัดอบรมครูที่ปรึกษาถึง 2 ครั้ง และเปิดหน่วย อกท. ขึ้นอีกหลายแห่ง แต่ อกท. ก็ฟื้นตัวมาได้ระยะหนึ่งเท่านั้นเพราะ รัฐบาลได้สั่งยกเลิกและยุบองค์การต่างๆของนักเรียน-นักศึกษาทุกรูปแบบด้วยสาเหตุทางการเมือง ในปี พ.ศ. 2518

ต่อมาในปี  พ.ศ. 2522 ภายหลังจากการที่รัฐบาลได้มีนโยบายให้สถานศึกษาทุกระดับจัดตั้งชมรม องค์การต่าง ๆ ขึ้นภายในสถานศึกษาควบคู่กับการจัดการเรียนการสอน โดยกองวิทยาลัยเกษตรกรรม ซึ่งมีอาจารย์บุญเทียม เจริญยิ่ง เป็นผู้อำนวยการกองวิทยาลัยเกษตรกรรมอยู่ในขณะนั้น ได้จัดการประชุมผู้บริหารสถานศึกษา เพื่อต้องการที่จะรณรงค์ฟื้นฟูกิจกรรม อกท. ให้มาเป็นกิจกรรมหลักของนักศึกษาอาชีวเกษตรทั่วประเทศประกอบกับรองอธิบดีกรมอาชีวศึกษา อาจารย์ปิฏฐะ   บุญนาค  และอธิบดีกรมอาชีวศึกษาอาจารย์วิเวก  ปางพุฒิพงศ์ ได้ให้ความสนใจในกิจกรรม  อกท. จึงให้การสนับสนุนกองวิทยาลัยเกษตรกรรม โดยกรมอาชีวศึกษาได้ออกระเบียบว่าด้วยองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย เพื่อเป็นแนวทางในการปฏิบัติกิจกรรม อกท.และแต่งตั้งนายดำรง  มีแก้วกุญชร ทำหน้าที่เป็นเลขานุการ อกท.ระดับชาติ วางแผนร่วมกันจัดงานประชุมวิชาการของสมาชิก อกท. ในระดับภาคทั้ง 4 ภาค เกิดขึ้นเป็นครั้งแรก โดยภาคกลางจัดที่วิทยาลัยเกษตรกรรมชลบุรี ภาคเหนือที่วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงราย ภาคตะวันออกเฉียงเหนือจัดที่วิทยาลัยเกษตรกรรมบุรีรัมย์ และภาคใต้จัดที่วิทยาลัยเกษตรกรรมตรัง ส่วนการจัดงานประชุมวิชาการ อกท.ระดับชาติ ได้จัดขึ้นเป็นประจำทุกปีๆ ละหนึ่งครั้งตามลำดับดังนี้

ครั้งที่ 1 ระหว่างวันที่ 15 – 18 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2523 ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ โดยมี นายจำนง  มหาผล เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ มีนายสมบูรณ์  ไทยวัชรามาศ  ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 2  ระหว่างวันที่  15 – 16  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2524  ณ  เวทีลีลาศสวนลุมพีนี โดย นายขุนทอง   ภูผิวเดือน  รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 3  ระหว่างวันที่  4 – 6  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2525  ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมชลบุรี โดยมี นายธนูทอง  ทานะ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  และร้อยตำรวจโทชาญ  มนูญธรรม รัฐมนตรีประจำสำนักนายกเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 4  ระหว่างวันที่  16 – 18 มกราคม  พ.ศ. 2526  ณ  สนามกีฬาแห่งชาติ โดย ดร.เกษม  

ศิริสัมพันธ์  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 5  ระหว่างวันที่  4 – 6  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2527  ณ  ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร

(ไทย-ญี่ปุ่น) โดย นายชวน หลีกภัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 6  ระหว่างวันที่ 4 – 6  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2528  ณ ศูนย์เยาวชนกรุงเทพมหานคร (ไทย-ญี่ปุ่น) โดยพลเอกเปรม  ติณสูลานนท์  นายกรัฐมนตรีเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 7  ระหว่างวันที่ 4 – 6  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2529 ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมบุรีรัมย์ โดยมี

นายพจน์  พรมบุตร  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ และนายขุนทอง  ภูผิวเดือน รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการเป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 8  ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2530 ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมนครสวรรค์ โดยมี นายเล็ก ปานแย้ม เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร  โปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 9  ระหว่างวันที่ 11 – 13  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2531  ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมพัทลุง โดยมี นายธำรง บุญยะประสาท เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้นาวาอากาศตรีกำธน สินธุวานนท์ เป็นผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 10  ระหว่างวันที่ 10 – 12 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2532 ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมสิงห์บุรี โดยมี นายธำรงค์  หาพิพัฒน์ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร  ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้นายธานินทร์ กรัยวิเชียร ผู้แทนพระองค์เป็นประธานในพิธีเปิดงาน

ครั้งที่ 11  ระหว่างวันที่ 4 – 6 กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2533  ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมอุดรธานี โดยมี นายจิต  อิสสะรีย์  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย ฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 12  ระหว่างวันที่ 25 – 27  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2534  ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงใหม่  โดยมี นายบวร  เมืองสุวรรณ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 13  ระหว่างวันที่  11 – 13  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2535  ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมตรัง โดยมี นายเจือ  สุวรรณกระจ่าง  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย ฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 14  ระหว่างวันที่ 12 – 16  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2536  ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมกาญจนบุรี โดยมี นายสะอาด  เพ็งอ้น เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย ฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 15  ระหว่างวันที่ 21 – 25  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2537  ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมชัยภูมิ โดยมี นายประยูร  นาคาพันธ์ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 16 ระหว่างวันที่  21 – 25  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2538  ณ  วิทยาลัยเกษตรกรรมเชียงราย โดยมี นายวรเขต  ภัทรกายะ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัย ฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้า ฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 17 ระหว่างวันที่ 11 – 14  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2539  ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมนราธิวาส โดยมี นายยกย่อง  พิศุทธางกูร  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ   สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 18 ระหว่างวันที่ 3 – 6  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2540  ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมสุพรรณบุรี  โดยมี นายปรีชา  บุญวิทยา เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 19  ระหว่างวันที่ 3 – 6  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2541 ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมศรีสะเกษ โดยมี นายธนูทอง  ทานะ  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 20  ระหว่างวันที่ 4 – 7  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2542  ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมพิจิตร โดยมี นายประยูร  โพธิ์งาม  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้า ฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 21  ระหว่างวันที่ 2 – 6  กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2543 ณ วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์ จังหวัดสงขลา  โดยมี นายมนัส  สุวรรณพงษ์  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 22  ระหว่างวันที่ 1– 4 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2544 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี  โดยมี นายสมควร  ผึ่งผาย เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 23  ระหว่างวันที่ 16 – 20  มกราคม  พ.ศ. 2545  ณ  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา โดยมี นายสมศักดิ์ ปาละจูม เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 24  ระหว่างวันที่ 6 – 9  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2546  ณ  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกำแพงเพชร โดยมี นายวณิช  อ่วมศรี  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 25  ระหว่างวันที่ 4 – 7  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2547  ณ  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช   โดยมี นายประเสริฐ  ชูแสง  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราช

สุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 26   ระหว่างวันที่  22 – 26 ธันวาคม พ.ศ.2547 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี โดยมี นายสิทธิ์ศักดิ์ รัตนพานิชย์  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  27  ระหว่างวันที่  22 – 25  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2549  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด โดยมี นายสมศักดิ์  ชื่นใจ  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่ 28  ระหว่างวันที่ 7 – 11 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2550 ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย โดยมี นายวรศิลป์  สุริยะ  เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี  โปรดเกล้าฯ  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  29  ระหว่างวันที่ 4 – 7  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2551  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร โดยมี นายวิศวะ  คงแก้ว เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  30  ระหว่างวันที่ 8-12  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2552  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี โดยมี นายวันชัย  โตมี เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  31  ระหว่างวันที่ 8-12  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2553  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น โดยมี นายบุญช่วย   ศรีเกษ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  32  ระหว่างวันที่ 21-26  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2554  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่ โดยมี นายวันชัย  โตมี เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  33  ระหว่างวันที่ 11-15  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2555  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ โดยมี นายประดิษฐ์พร จิระปัญญาเลิศ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

ครั้งที่  34  ระหว่างวันที่ 6-10  กุมภาพันธ์  พ.ศ. 2556  ณ วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี โดยมี นายวีระพันธุ์  สำเภานนท์ เป็นผู้อำนวยการวิทยาลัยฯ  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี โปรดเกล้าฯ เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานเปิดงาน

 

 

 

 

ภาพที่ 2.9  สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ

    เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการ อกท. ระดับชาติ

    ครั้งที่ 31

ที่มา : ผู้เขียน

 

จากอดีตจนถึงปัจจุบัน จะเห็นได้ว่ากว่าที่องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย  (อกท.) จะเป็นที่รู้จักและยอมรับของสังคมนั้น ได้ฝ่าฟันผ่านพ้นปัญหาและอุปสรรคต่างๆนานัปการ จนกระทั่งมีรูปแบบการดำเนินงานในการพัฒนาคุณภาพสมาชิกอย่างเป็นรูปธรรมมาจนถึงทุกวันนี้

ในการจัดการประชุมวิชาการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย  ระดับชาติที่ผ่านมา มีบุคคลสำคัญมาเป็นประธานในพิธีเปิดงานทุกครั้ง เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัด  รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ  นายกรัฐมนตรี  องคมนตรี  และเป็นพระกรุณาธิคุณที่สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชสยามมกุฎราชกุมาร  เสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในพิธีเปิดการประชุมวิชาการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครั้งที่ 8 ณ วิทยาลัยเกษตรกรรมนครสวรรค์ และนับตั้งแต่การประชุมวิชาการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ระดับชาติ ครั้งที่  11  เป็นต้นมา องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ได้รับพระกรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเสด็จพระราชดำเนินเป็นองค์ประธานในการเปิดการประชุมวิชาการองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทยตลอดมาจนถึงปัจจุบัน  และนับว่าเป็นพระมหากรุณาธิคุณล้นเกล้าล้นกระหม่อมหาที่สุดมิได้ เมื่อสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงโปรดเกล้าฯ รับองค์การเกษตรในอนาคตแห่งประเทศไทยไว้ในพระราชูปถัมภ์ฯ เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน พ.ศ. 2545 นับแต่บัดนั้นเป็นต้นมาจึงใช้ชื่อองค์การใหม่ว่า องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ในพระราชูปถัมภ์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

 

ภาพที่ 2.10  หนังสือจากกองงานในพระองค์สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี

                    ที่ทรงรับ อกท. ไว้ในพระราชูปถัมภ์ของพระองค์

ที่มา : สรุพงษ์   มีศรี (2551)

ปี พ.ศ. 2530 กรมอาชีวศึกษา ได้บรรจุรายวิชา อกท. เข้าในหลักสูตรการเรียนการสอน และจัดการเรียนการสอนมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน รวมทั้งมีการจัดตั้งมูลนิธิ อกท. ขึ้นในปีเดียวกัน

ปี พ.ศ. 2534 จัดทำระเบียบกรมอาชีวศึกษา ว่าด้วย องค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย ทำให้เกิดวิธีการปฏิบัติในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ อีกหลายฉบับ

ปี พ.ศ. 2542 จัดทำระเบียบกรมอาชีวศึกษา ว่าด้วยองค์การเกษตรกรในอนาคตแห่งประเทศไทย และวิธีการปฏิบัติในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ รวม 13 ฉบับ

พ.ศ. 2547  จัดทำระเบียบสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา พ.ศ. 2547 และในต้นปี พ.ศ. 2548 ได้จัดทำวิธีการปฏิบัติในการดำเนินงานด้านต่าง ๆ อีก 14 ฉบับ และมีการปรับเปลี่ยนโครงสร้างการดำเนินกิจกรรมหลักครั้งสำคัญจาก 10 โครงการหลัก มาเป็น 5 กิจกรรมหลัก และได้ดำเนินงานมาจนถึงปัจจุบัน

 

หน่วย อกท.ที่ได้รับการจัดตั้งและดำเนินกิจกรรม

ปัจจุบัน(ปีการศึกษา 2552) มีหน่วย อกท.ที่ได้รับการจัดตั้งขึ้นและมีการดำเนินกิจกรรม อกท.รวมทั้งสิ้น 50 หน่วย แบ่งออกตามภูมิภาคต่างๆ 4 ภูมิภาคดังนี้

 

 

ชื่อหน่วย อกท.ในภาคกลาง

1   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกาญจนบุรี  หน่วยกาญจนบุรี

2   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีฉะเชิงเทรา หน่วยฉะเชิงเทรา

3   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยนาท หน่วยชัยนาท

4   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชลบุรี หน่วยชลบุรี

5   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบุรี   หน่วยเพชรบุรี

6   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศูนย์ศิลปาชีพบางไทร    หน่วยบางไทร

7   ศูนย์ฝึกอบรมวิศวกรรมเกษตรบางพูน หน่วยบางพูน

8   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีราชบุรี    หน่วยราชบุรี

9   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลพบุรี หน่วยลพบุรี

10  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสิงห์บุรี  หน่วยสิงห์บุรี

11  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุพรรณบุรี หน่วยสุพรรณบุรี

12  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสระแก้ว    หน่วยสระแก้ว

13  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุทัยธานี  หน่วยอุทัยธานี

 

ชื่อหน่วย อกท.ในภาคเหนือ

1   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกำแพงเพชร  หน่วยกำแพงเพชร

2   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงราย   หน่วยเชียงราย

3   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเชียงใหม่  หน่วยเชียงใหม่

4   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตาก    หน่วยตาก

5   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครสวรรค์  หน่วยนครสวรรค์

6   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพิจิตร หน่วยพิจิตร

7   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีเพชรบูรณ์  หน่วยเพชรบูรณ์

8   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพะเยา  หน่วยพะเยา

9   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีแพร่   หน่วยแพร่

10  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีลำพูน  หน่วยลำพูน

11  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุโขทัย    หน่วยสุโขทัย

 

ชื่อหน่วย อกท.ตะวันออกเฉียงเหนือ

1   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีขอนแก่น    หน่วยขอนแก่น

2   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชัยภูมิ    หน่วยชัยภูมิ

3   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครราชสีมา หน่วยนครราชสีมา

4   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีบุรีรัมย์  หน่วยบุรีรัมย์

5   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีมหาสารคาม  หน่วยมหาสารคาม

6   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยียโสธร  หน่วยยโสธร

7   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีร้อยเอ็ด   หน่วยร้อยเอ็ด

8   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีศรีสะเกษ   หน่วยศรีสะเกษ

9   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุดรธานี   หน่วยอุดรธานี

10  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีอุบลราชธานี    หน่วยอุบลราชธานี

11  วิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการโนนดินแดง  หน่วยโนนดินแดง

รายชื่อหน่วย อกท. ที่จัดตั้งและดำเนินกิจกรรมในภาคใต้

 

ชื่อหน่วย อกท.ภาคใต้

1   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีกระบี่ หน่วยกระบี่

2   วิทยาลัยประมงชุมพรเขตรอุดมศักดิ์    หน่วยเขตรอุดมศักดิ์

3   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีชุมพร  หน่วยชุมพร

4   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีตรัง   หน่วยตรัง

5   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีนครศรีธรรมราช  หน่วยนครศรีธรรมราช

6   มหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครินทร์  หน่วยนราธิวาส

7   วิทยาลัยประมงปัตตานี    หน่วยปัตตานี

8   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพังงา  หน่วยพังงา

9   วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีพัทลุง หน่วยพัทลุง

10  วิทยาลัยการอาชีพนครศรีธรรมราช   หน่วยพระพรหม

11  วิทยาลัยประมงติณสูลานนท์    หน่วยพรานทะเล

12  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีระนอง  หน่วยระนอง

13  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสงขลา  หน่วยสงขลา

14  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสตูล   หน่วยสตูล

15  วิทยาลัยเกษตรและเทคโนโลยีสุราษฎร์ธานี   หน่วยสุราษฎร์ธานี

 

ในจำนวนหน่วย อกท.ทั้งหมดนี้  มีหน่วย อกท. ที่ไม่ได้สังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา จำนวน 1 หน่วย คือหน่วยนราธิวาส เนื่องจากหน่วยดังกล่าวได้เปลี่ยนสถานะไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อปีการศึกษา 2549 แต่ยังมีการดำเนินกิจกรรม อกท. ในระดับหน่วย และได้เข้าร่วมกิจกรรมของ อกท.ในระดับภาค และระดับชาติ อยู่จนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งแตกต่างจาก อกท.หน่วยนครพนม ของ อกท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่ได้เปลี่ยนสถานะไปสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา เมื่อปีการศึกษา 2549 เช่นเดียวกันกับ อกท.หน่วยนราธิวาส แต่ได้ลาออกจากการเป็นสมาชิก อกท.เมื่อปีการศึกษา 2550 ที่ผ่านมา และในปีการศึกษา 2552 อกท.ได้ประกาศจัดตั้งหน่วย อกท.ใหม่ เพิ่มขึ้นมาอีก 1 หน่วย คือหน่วยโดนดินแดง จากวิทยาลัยเทคโนโลยีและการจัดการโนนดินแดง จังหวัดบุรีรัมย์ ทำให้ อกท.ภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีหน่วย อกท.เพิ่มขึ้นเป็น 11 หน่วยในปัจจุบัน